ราแป้ง ผงสีขาวบนใบพืช เกิดจากอะไร และแก้อย่างไร (ฉบับผักสวนครัว)

แปลงผักสวนครัวช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เริ่มพบราแป้งบนใบแตงกวาและพริก

ราแป้ง (Powdery mildew) คือโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เห็นเป็นผงสีขาวหรือสีเทาเหมือนโรยแป้งบนใบ ยอด ดอก และผลอ่อน เชื้อปลิวไปตามลม ชอบอากาศกลางวันอุ่น กลางคืนเย็น และความชื้นในอากาศสูง แก้ได้ด้วยการตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้ง เปิดทรงพุ่มให้ลมผ่าน และพ่นสารป้องกันเชื้อราตามรอบ

กลางเดือนตุลาคมแบบนี้คือช่วงปลายฝนต้นหนาว เช้ามีหมอก กลางวันยังอุ่น หลายบ้านเริ่มเห็นใบพริก แตงกวา มะเขือ มีผงขาวขึ้นเป็นดวงๆ ถ้าปล่อยไว้ ผงขาวจะลามจนเต็มต้น ใบเหลือง และร่วงก่อนเวลา

บทความนี้จะพาไปเช็กก่อนว่าผงขาวที่เห็นใช่โรคนี้จริงไหม เกิดจากอะไร ผักชนิดไหนเป็นบ่อย แล้วค่อยลงมือแก้ทีละขั้น ด้วยวิธีที่ทำได้เองที่บ้าน ปลอดภัยกับคนที่ปลูกผักไว้กินเอง

หัวข้อ

1. ราแป้งคืออะไร เข้าใจง่ายใน 1 นาที

พูดง่ายๆ คือ เชื้อรากลุ่มนี้ขึ้นอยู่บนผิวใบ แล้วแทงส่วนดูดอาหารเข้าไปในเซลล์ผิวใบเพื่อดึงอาหารจากต้นพืช ผงขาวที่เราเห็นคือเส้นใยและสปอร์ (เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์ของเชื้อรา) จำนวนมาก

โรคผงขาวบนใบมักไม่ทำให้ต้นตายทันที แต่ทำให้ใบสังเคราะห์แสงได้น้อยลง ต้นจึงโทรม ออกดอกติดผลได้น้อยลง

ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมว่าโรคจากเชื้อราต่างจากโรคชนิดอื่นอย่างไร อ่านต่อได้ที่ โรคพืชจากเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ต่างกันอย่างไร

2. เช็กอาการก่อนแก้: ผงสีขาวบนใบ ใช่ราแป้งไหม

วิธีเช็กที่เร็วที่สุดคือเอานิ้วถูเบาๆ ถ้าผงหลุดติดนิ้วเหมือนฝุ่นแป้ง ไม่มีตัวแมลงขยับ และผิวใบใต้ผงเริ่มซีดเหลือง มีโอกาสสูงว่าเป็นโรคนี้ ก่อนลงมือแก้ ลองเดินดูแปลงตามเช็กลิสต์ด้านล่างก่อนครับ

2.1 อาการที่เห็นด้วยตา

  • มีจุดผงขาวกลมๆ เล็กๆ ขึ้นบนใบ แล้วค่อยๆ ขยายจนเต็มใบ
  • ผงขาวพบได้ทั้งใบ ยอดอ่อน ก้านดอก และผลอ่อน
  • ใบที่เป็นนานๆ จะเหลือง บิดงอ แห้ง แล้วร่วง
  • ต้นที่ปลูกชิดกันหรืออยู่ในที่ร่มมักเป็นก่อนและเป็นหนักกว่า

ถ้าเจออาการตรงกับข้างบน ข้ามไปทำตาม หัวข้อที่ 5 ได้เลย แต่ถ้าเห็นตัวแมลงหรือคราบที่ล้างออกง่าย ให้ดูตารางเทียบในข้อ 2.2 ก่อน

2.2 เทียบกับราน้ำค้าง เพลี้ยแป้ง แมลงหวี่ขาว และฝุ่น

สิ่งที่เห็น จุดที่พบ ลักษณะ ถูหรือเขย่าแล้วเป็นอย่างไร
ราแป้ง บนใบเป็นหลัก รวมถึงยอด ดอก ผลอ่อน ผงขาวหรือเทา เริ่มเป็นดวงกลมแล้วลาม ถูแล้วหลุดเป็นผง ไม่มีอะไรเคลื่อนที่
ราน้ำค้าง (Downy mildew) ใต้ใบ ด้านบนใบเป็นปื้นเหลืองเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ ใต้ใบมีเส้นใยสีเทาอมม่วง ไม่หลุดเป็นผงเหมือนแป้ง
เพลี้ยแป้ง ซอกใบ กิ่ง ก้าน ใต้ใบ ตัวเป็นปุยขาวคล้ายสำลี เขี่ยแล้วเห็นตัวแมลง ค่อยๆ เดินได้
แมลงหวี่ขาว ใต้ใบ แมลงตัวเล็กสีขาว มีปีก เขย่าต้นแล้วบินขึ้นเป็นฝูง
ฝุ่นหรือคราบปูน ผิวใบด้านบน คราบบางๆ ทั่วใบ ล้างน้ำออกง่าย ใบใต้คราบยังเขียวปกติ

ถ้าสิ่งที่เจอเป็นแมลงตัวเล็กสีขาว แนะนำอ่าน แมลงศัตรูพืชช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ต้องเช็ก เพราะวิธีจัดการต่างกันคนละเรื่อง

2.3 ทดสอบด้วยนิ้วและแว่นขยาย

  1. เลือกใบที่มีผงขาวชัดๆ 2-3 ใบ
  2. ใช้นิ้วถูเบาๆ ถ้าผงหลุดเป็นฝุ่นละเอียดและใบใต้ผงซีดลง ให้สงสัยโรคเชื้อราผงขาวไว้ก่อน
  3. ส่องด้วยแว่นขยายหรือกล้องมือถือซูม ถ้าเห็นตัวแมลง ขา หรือปีก แปลว่าเป็นแมลง ไม่ใช่เชื้อรา
  4. พลิกดูใต้ใบ ถ้าใต้ใบมีเส้นใยสีเทาอมม่วง และด้านบนเป็นปื้นเหลืองตามเส้นใบ น่าจะเป็นราน้ำค้าง
ทดสอบราแป้งด้วยการเอานิ้วถูผงสีขาวบนใบพริก
เช็กง่ายๆ ด้วยนิ้ว ถ้าผงหลุดเป็นฝุ่นและไม่มีตัวแมลง ให้สงสัยโรคเชื้อราผงขาวไว้ก่อน

3. ราแป้งเกิดจากอะไร และทำไมระบาดช่วงปลายฝนต้นหนาว

โรคนี้เกิดจากเชื้อราหลายชนิด สปอร์ของเชื้อปลิวมากับลม เมื่อตกลงบนใบในช่วงที่อากาศเหมาะ ก็งอกและสร้างผงขาวรุ่นใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เช้ามีหมอก กลางวันอุ่น จึงเป็นช่วงที่ต้องระวังที่สุด

3.1 เชื้อราสาเหตุ (เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องจำชื่อ)

เชื้อสาเหตุมีหลายชนิด และส่วนใหญ่มักเจาะจงกลุ่มพืชที่มันชอบ ตัวอย่างที่มีรายงานในไทย เช่น

  • ถั่วเขียว เกิดจากเชื้อ Oidium sp. ซึ่งแพร่ระบาดทางลม (ข้อมูลจากรักบ้านเกิด)
  • มะเขือเทศ เกิดจากเชื้อ Oidiopsis sp. (ข้อมูลจาก Allkaset)
  • พืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา ฟักทอง เมล่อน มีรายงานเชื้อ Erysiphe cichoracearum

แปลว่าเชื้อจากแปลงแตงไม่จำเป็นต้องข้ามไปทำลายพริกเสมอไป แต่ในสวนครัวที่ปลูกผักหลายชนิดชิดกัน ก็ไม่ควรประมาท ให้ดูแลทุกต้นที่มีอาการ

3.2 สภาพอากาศที่เชื้อชอบ

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า สภาพที่เหมาะต่อการเกิดโรคผงขาวในเมล่อน คือมีหมอกตอนเช้า และกลางวันอากาศอุ่นจนถึงร้อน ซึ่งตรงกับอากาศช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นปีของหลายพื้นที่ในไทย

อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ เอกสารการจัดการศัตรูพืชของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (UC IPM) อธิบายว่าสปอร์ของเชื้อกลุ่มนี้งอกบนผิวใบได้โดยไม่ต้องมีน้ำเกาะ ต่างจากโรคเชื้อราส่วนใหญ่ เชื้อราผงขาวจึงไม่ต้องรอฝนตก แค่อากาศชื้น มีหมอก และกลางวันอุ่น ก็ระบาดได้แล้ว

3.3 นิสัยการปลูกที่ทำให้เป็นง่าย

  • ปลูกถี่เกินไป ใบซ้อนกัน ลมไม่ผ่าน ความชื้นค้างในทรงพุ่ม
  • ปลูกในที่ร่ม แดดส่องไม่ถึงใบล่าง
  • ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกิน ต้นแตกใบอ่อนเยอะ ซึ่งเชื้อกลุ่มนี้ชอบเข้าทำลายส่วนที่ยังอ่อน เห็นได้จากตัวอย่างยางพาราที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตือนว่าโรคมักระบาดช่วงแตกใบอ่อน และทำให้ใบอ่อนร่วง

4. ผักสวนครัวที่เป็นโรคผงขาวบ่อย และจุดที่ต้องหมั่นดู

ผักที่เจอบ่อยในสวนครัวคือกลุ่มพริก มะเขือ กลุ่มแตง และกลุ่มถั่ว ตารางนี้ช่วยให้รู้ว่าควรเดินดูตรงไหน และระวังช่วงไหน

กลุ่มผัก เชื้อที่มีรายงาน ส่วนที่ควรดู ช่วงที่ต้องระวัง
พริก มะเขือเทศ มะเขือ Oidiopsis sp. (รายงานในมะเขือเทศ) ใบทั้งด้านบนและใต้ใบ ใบล่างที่อยู่ในร่ม อากาศเย็น ชื้น ช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาว
แตงกวา ฟักทอง บวบ มะระ เมล่อน Erysiphe cichoracearum ใบ ก้านใบ เถา เช้ามีหมอก กลางวันอุ่นถึงร้อน (ข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตรในเมล่อน)
ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว Oidium sp. (รายงานในถั่วเขียว) ใบ ยอด ฝักอ่อน ช่วงออกดอก ถ้าเป็นช่วงนี้ต้นจะแคระแกร็น ติดฝักไม่ดี

ข้อมูลจากรักบ้านเกิดระบุว่า ถ้าถั่วเขียวเป็นโรคช่วงออกดอก ต้นจะแคระแกร็น ติดฝักไม่ดี ฝักและเมล็ดเล็กลง แต่ถ้าเป็นช่วงที่เมล็ดเริ่มเต่งแล้ว ผลผลิตเสียหายไม่มาก ยิ่งพบโรคเร็วในช่วงที่ต้นยังอ่อนหรือกำลังออกดอก ความเสียหายยิ่งมาก

5. วิธีกำจัดราแป้งทีละขั้น สำหรับแปลงเล็กและกระถาง

หลักการคือลดปริมาณเชื้อก่อน แล้วทำให้สภาพแปลงไม่เหมาะกับเชื้อ จากนั้นค่อยพ่นสารป้องกันตามรอบ ทำครบ 4 ขั้นนี้จะได้ผลดีกว่าพ่นสารอย่างเดียว

  1. ตัดใบที่เป็นโรค ใส่ถุงปิดปาก แล้วทำลาย ตัดใบที่มีผงขาวมากออกอย่างเบามือ ใส่ถุงพลาสติกทันทีเพื่อไม่ให้สปอร์ฟุ้ง กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เด็ดหรือตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลาย ห้ามทิ้งไว้ในแปลงหรือเอาไปทำปุ๋ยหมัก และล้างกรรไกรหลังตัดทุกครั้ง
  2. เปิดทรงพุ่มให้ลมผ่าน แดดส่องถึง ตัดใบล่างที่แก่หรือซ้อนกันออก ถอนต้นที่ขึ้นเบียดกัน กระถางที่วางชิดกันให้ขยับห่างออก รดน้ำที่โคนต้นแทนการรดบนใบ
  3. พ่นสารทางเลือกให้โดนทั้งบนใบและใต้ใบ เลือกสารจากหัวข้อที่ 6 พ่นช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ เลี่ยงช่วงแดดจัด ให้ละอองเกาะทั่วทุกด้านของใบ
  4. พ่นซ้ำตามรอบและจดบันทึก รอบการพ่นซ้ำให้ทำตามฉลากของสารแต่ละชนิด จดวันที่พ่น สารที่ใช้ และสังเกตว่าใบใหม่ที่แตกออกมายังมีผงขาวไหม ช่วงที่โรคระบาด ให้งดใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหนักๆ ไว้ก่อน

ข้อควรระวัง อ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้สาร ลองพ่นกับใบไม่กี่ใบก่อน แล้วรอดู 2-3 วันว่าใบไม่ไหม้ จึงค่อยพ่นทั้งต้น สวมถุงมือ หน้ากาก และเสื้อแขนยาวทุกครั้งที่พ่น ไม่พ่นตอนแดดร้อนจัดหรือลมแรง และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามที่ฉลากกำหนด

การเปิดทรงพุ่มและพ่นสารทางเลือกใต้ใบเพื่อจัดการราแป้งในสวนครัว
ตัดใบล่างให้โปร่งและพ่นให้โดนทั้งบนใบและใต้ใบ ช่วยให้จัดการโรคได้ผลกว่าพ่นสารอย่างเดียว

6. สารที่ใช้ได้กับราแป้ง: จากของในบ้านถึงของร้านเกษตร

คนปลูกผักกินเองเริ่มจากของที่ปลอดภัยและหาง่ายก่อนได้ ถ้าระบาดหนักค่อยขยับไปใช้สารที่แรงขึ้น โดยทุกตัวต้องอ่านฉลากและใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ

6.1 ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) และโพแทสเซียมไบคาร์บอเนต

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) แนะนำว่าช่วงที่ความชื้นสูง ให้ป้องกันด้วยผงฟู 200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้ร่วมกับน้ำมันปิโตรเลียม (ไวท์ออยล์) ถ้าผสมใช้ในบ้าน คิดเป็นประมาณ 10 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร (คำนวณจากอัตราเดิม)

  • ดูฉลากให้แน่ใจว่าเป็นโซเดียมไบคาร์บอเนต (เบกกิ้งโซดา) เพราะผงฟูทำขนมบางยี่ห้อผสมสารอื่นด้วย
  • ใช้บ่อยเกินไปอาจทำให้เกลือโซเดียมสะสมในดินและบนใบ ควรทดสอบกับใบไม่กี่ใบก่อน
  • โพแทสเซียมไบคาร์บอเนตมีขายในร้านเกษตรบางแห่ง ใช้ตามอัตราบนฉลาก

6.2 นมเจือจาง

มีงานวิจัยของ Bettiol (1999) ในวารสาร Crop Protection พบว่านมวัวเจือจางควบคุมโรคผงขาวในซูกินีที่ปลูกในโรงเรือนได้ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับสวนครัว แต่ยังเป็นผลจากพืชชนิดเดียว ถ้าจะลอง ให้ทดสอบกับใบไม่กี่ใบก่อนเสมอ

6.3 ชีวภัณฑ์บาซิลลัส ซับทิลิส

บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) คือจุลินทรีย์ดีที่ช่วยยับยั้งเชื้อโรคพืช ข้อมูลจาก Allkaset แนะนำอัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อเริ่มพบการระบาด ทั้งนี้ให้ยึดอัตราบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเป็นหลัก

6.4 กำมะถันผง และข้อห้ามผสม

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำว่า เมื่อโรคเริ่มระบาด ให้พ่นกำมะถันชนิดผง (ชนิดละลายน้ำ) หรือสารที่มีกำมะถันผสม ตามอัตราบนฉลาก

  • ห้ามใช้ร่วมกับน้ำมันปิโตรเลียม สวพส. ระบุว่าน้ำมันปิโตรเลียมห้ามใช้ร่วมกับแคปแทนหรือกำมะถัน
  • ไม่ควรพ่นตอนแดดร้อนจัด เพราะอาจทำให้ใบไหม้
  • สวมหน้ากากและแว่นตาเสมอ เพราะผงกำมะถันระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ

6.5 สารสกัดสมุนไพร

สารสกัดจากพืชอย่างสะเดา ขมิ้น ตะไคร้หอม และกานพลู เป็นทางเลือกที่เกษตรกรสายลดสารเคมีนิยมใช้ ถ้าไม่สะดวกหมักเอง สามารถใช้ ซายลอกซ์ (Growina Xylox) สารสกัดสมุนไพร ได้ รายละเอียดวิธีใช้อยู่ในหัวข้อที่ 7

6.6 เมื่อไหร่ควรใช้สารเคมี และหลักการสลับกลุ่มสาร

ถ้าทำครบทุกขั้นแล้วโรคยังลามเร็ว ค่อยพิจารณาสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา สวพส. แนะนำให้ใช้ชนิดดูดซึมสลับกับชนิดสัมผัส การสลับกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์ช่วยลดโอกาสที่เชื้อราจะดื้อยา ไม่ควรใช้สารตัวเดิมซ้ำๆ ทุกรอบ และต้องเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลากอย่างเคร่งครัด

7. ใช้ซายลอกซ์ (Growina Xylox) ร่วมดูแลราแป้งอย่างไร

ซายลอกซ์ (Growina Xylox) เป็นสารสกัดสมุนไพรป้องกันแมลงศัตรูพืชและเชื้อรา ผลิตด้วยเทคโนโลยี Herbal EW มีสารสำคัญจากสะเดา ทองพันชั่ง ขมิ้น ตะไคร้หอม กานพลู และต้นสน หน้าสินค้าระบุการใช้กับโรคราแป้งไว้ด้วย

จุดที่เหมาะกับแปลงผักกินเองคือเป็นสารสกัดจากสมุนไพร แต่ขอย้ำว่าซายลอกซ์เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลแบบผสมผสาน ต้องใช้คู่กับการตัดใบที่เป็นโรคและเปิดทรงพุ่ม ไม่ใช่ใช้แทน ผลลัพธ์ขึ้นกับความรุนแรงของโรคและการดูแลแปลง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน้าสินค้าซายลอกซ์

7.1 วิธีใช้ซายลอกซ์ในแปลงผักสวนครัว

  1. เขย่าขวดให้เข้ากันก่อนใช้
  2. ผสม 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับถังพ่นสะพายหลัง ถ้าใช้ถังพ่นขนาดเล็กในบ้าน เทียบได้ประมาณ 1.5 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร (คำนวณจากอัตราบนหน้าสินค้า) ส่วนแปลงใหญ่ที่ใช้โดรน อัตราคือ 30 ซีซี ต่อไร่
  3. พ่นช่วงเย็น ให้ทั่วทั้งบนใบและใต้ใบ บริเวณที่ระบาด หรือพ่นเพื่อป้องกัน
  4. ผสมแล้วใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง
  5. รอบการพ่นซ้ำ ให้ทำตามอัตราบนฉลาก หรือสอบถามทีมงานทาง LINE @growina
  6. เก็บขวดในที่ร่ม อุณหภูมิปกติ

ทุกครั้งที่พ่น ให้อ่านฉลากก่อน สวมถุงมือและหน้ากาก และล้างมือให้สะอาดหลังใช้งาน

8. ป้องกันราแป้งไม่ให้กลับมา

การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือเลือกพันธุ์ดี ปลูกให้โปร่ง และเดินดูแปลงสม่ำเสมอในช่วงเสี่ยง เพราะเมื่อเจอเร็ว ก็แก้ได้ง่ายและใช้สารน้อยกว่า

8.1 เลือกพันธุ์และระยะปลูก

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ใช้พันธุ์ที่แข็งแรงหรือต้านทานโรค และหมั่นสำรวจแปลง เวลาซื้อเมล็ดหรือกล้า ลองถามร้านว่ามีพันธุ์ที่ทนโรคผงขาวไหม และเว้นระยะปลูกให้ลมผ่านได้

8.2 ตารางเดินแปลงช่วงตุลาคมถึงกุมภาพันธ์

ช่วงเวลา สภาพอากาศโดยทั่วไป สิ่งที่ควรทำ
ตุลาคม-พฤศจิกายน ปลายฝนต้นหนาว เริ่มมีหมอกเช้า เดินดูแปลงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง พลิกดูใบล่างและใต้ใบ ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง
ธันวาคม-มกราคม เช้าเย็น มีหมอก กลางวันอุ่น เฝ้าระวังใกล้ชิด ถ้าแปลงเคยเป็นโรค ให้พ่นสารทางเลือกป้องกันตามรอบบนฉลาก
กุมภาพันธ์ ปลายหนาว กลางวันเริ่มร้อน เฝ้าระวังต่อ เก็บเศษใบที่เป็นโรคออกจากแปลง เตรียมแปลงรอบใหม่

8.3 บำรุงต้นให้แข็งแรงอย่างสมดุล

อย่าเร่งปุ๋ยไนโตรเจนจนต้นแตกใบอ่อนเยอะเกินไป มีงานวิจัยในวารสารเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าโพแทสเซียมซิลิเกตช่วยควบคุมโรคผงขาวและราน้ำค้างในแตงกวาญี่ปุ่น และลดจำนวนครั้งที่ต้องพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อราในแปลงเกษตรกรได้ ถือเป็นตัวเลือกเสริมที่น่าสนใจ โดยให้ใช้ตามอัตราบนฉลาก

ถ้าอยากวางระบบดูแลทั้งโรคและแมลงให้ครบ อ่านต่อได้ที่ เทคนิคจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)

เดินแปลงพลิกดูใบล่างเพื่อเฝ้าระวังราแป้งช่วงตุลาคมถึงกุมภาพันธ์
ช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาว ควรเดินดูใบล่างและใต้ใบสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อเจอโรคให้เร็วที่สุด

9. สรุป: จัดการผงขาวบนใบผักให้อยู่หมัด

  • เช็กอาการก่อน ถูด้วยนิ้ว ถ้าหลุดเป็นผงและไม่มีตัวแมลง น่าจะเป็นโรคเชื้อราผงขาว
  • ตัดใบที่เป็นโรค ใส่ถุงปิดปาก นำไปทำลาย ห้ามทำปุ๋ยหมัก
  • เปิดทรงพุ่ม ให้ลมผ่าน แดดส่องถึง รดน้ำที่โคน
  • พ่นสารทางเลือกตามรอบ ให้โดนทั้งบนใบและใต้ใบ อ่านฉลากและใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ
  • เฝ้าระวังตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เดินแปลงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ปรึกษาปัญหาพืชฟรี! ติดต่อทีมงาน Growina Thailand

ไม่แน่ใจว่าผงขาวบนใบผักที่บ้านเป็นโรคอะไร ถ่ายรูปใบทั้งด้านบนและใต้ใบส่งมาให้ทีมงานช่วยดูได้เลยครับ ยินดีให้คำแนะนำฟรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราแป้ง

เชื้อผงขาวบนใบติดต่อไปต้นอื่นได้ไหม

ติดได้ครับ สปอร์ของเชื้อปลิวไปกับลมได้ง่าย ต้นที่ปลูกชิดกันหรืออยู่ใต้ลมจึงเสี่ยงที่สุด ควรตัดใบที่เป็นโรคใส่ถุงปิดปากทันที ล้างกรรไกรหลังตัด และเดินดูต้นข้างเคียงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ผักที่มีผงขาวบนใบยังกินได้ไหม

ส่วนใหญ่ยังกินได้ แต่ควรตัดส่วนที่เป็นโรคมากทิ้ง แล้วล้างผักให้สะอาดก่อนปรุง ที่สำคัญคือถ้าเคยพ่นสารใดๆ ต้องเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามที่ฉลากกำหนดทุกครั้ง

ผงฟูกับเบกกิ้งโซดาใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันได้ถ้าเป็นโซเดียมไบคาร์บอเนตเหมือนกัน คำแนะนำทางเกษตรที่ใช้คำว่าผงฟูหมายถึงสารตัวนี้ แต่ผงฟูทำขนมบางยี่ห้อผสมสารอื่นด้วย ให้ดูฉลากก่อน อัตราของ สวพส. คือ 200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

ราแป้งกับราน้ำค้างต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่ตำแหน่งและลักษณะ โรคผงขาวเห็นเป็นผงบนผิวใบ ถูแล้วหลุด ส่วนราน้ำค้างทำให้ด้านบนใบเป็นปื้นเหลืองเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ และมีเส้นใยสีเทาอมม่วงใต้ใบ สองโรคนี้ใช้วิธีจัดการต่างกัน จึงควรแยกให้ออกก่อน

พ่นแล้วผงขาวไม่หาย แปลว่าไม่ได้ผลหรือเปล่า

ไม่จำเป็นครับ ใบที่ถูกทำลายแล้วจะไม่กลับมาเหมือนเดิม ผงหรือรอยด่างอาจยังค้างอยู่ ให้ดูผลจากใบใหม่ที่แตกออกมาแทน ถ้าใบใหม่สะอาด ไม่มีผงขาว แปลว่าการจัดการได้ผล

ใบที่เป็นโรคเอาไปทำปุ๋ยหมักได้ไหม

ไม่ควรครับ เพราะสปอร์อาจรอดและกลับมาระบาดในแปลงได้ กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เด็ดหรือตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลาย ให้ใส่ถุงปิดปากแล้วทิ้งรวมกับขยะ ไม่ทิ้งไว้ในแปลง

เขียนและตรวจทานโดย Growina Thailand · อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2569