หนอนกระทู้ข้าวโพด สังเกตอาการอย่างไร และจัดการให้ทันก่อนลามทั้งแปลง

หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดในกรวยยอด เห็นตัว Y หัวกลับชัด

หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด (Fall armyworm) คือหนอนผีเสื้อกลางคืนที่เป็นศัตรูสำคัญของข้าวโพด สังเกตได้จากรอยขาวโปร่งแสงบนใบ ใบขาดเป็นรู และขุยหนอนในยอด หัวหนอนมีร่องรูปตัว Y หัวกลับ ปลายท้องมีจุด 4 จุดเรียงเป็นสี่เหลี่ยม วิธีจัดการให้ทันคือ เดินสำรวจแปลงตั้งแต่ข้าวโพดงอก เน้นกำจัดช่วงไข่ถึงหนอนวัยเล็กใน 3 สัปดาห์แรก และพ่นลงกรวยยอดให้ตรงจุด

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ หลายพื้นที่กำลังลงข้าวโพดรุ่นใหม่ หรือเตรียมปลูกข้าวโพดหลังนา ต้นอ่อนที่เพิ่งงอกคือช่วงที่เปราะบางที่สุด ถ้าปล่อยให้หนอนตั้งตัวได้ในยอดแล้ว จะกำจัดยากขึ้นมาก

บทความนี้จะพาไปดูทีละเรื่อง ตั้งแต่ดูให้ออกว่าใช่หนอนลายจุดไหม อาการแต่ละช่วงอายุต้น วิธีเดินสำรวจแปลง ไปจนถึงการจัดการแบบผสมผสาน และเทคนิคพ่นให้โดนตัวหนอนจริง ไม่เปลืองน้ำยา

หัวข้อ

1. หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดคืออะไร ทำไมต้องรีบจัดการ

หนอนลายจุดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Spodoptera frugiperda (J.E. Smith) สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่าเป็นศัตรูสำคัญของข้าวโพด ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดข้าวเหนียว

แมลงชนิดนี้เข้าไทยช่วงปลายปี 2561 ผ่านทางอินเดียและเมียนมา ผีเสื้อบินได้ไกลเฉลี่ยคืนละประมาณ 100 กม. แปลงที่ไม่เคยเจอจึงโดนได้ทุกเมื่อ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ถ้าหนอนเข้าทำลายข้าวโพดอายุ 1-15 วัน ต้นอาจตายทั้งแปลง และถ้าระบาดรุนแรง ผลผลิตเสียหายได้ถึง 73%

  • ช่วงอันตรายที่สุด: 3 สัปดาห์แรกหลังข้าวโพดงอก
  • จุดสังเกตตัวหนอน: ตัว Y หัวกลับบนหัว และจุด 4 จุดเรียงสี่เหลี่ยมที่ปลายท้อง
  • หัวใจของการพ่น: พ่นลงกรวยยอด ตอนหนอนยังตัวเล็ก
  • วิธีที่ยั่งยืน: สำรวจแปลง ใช้ศัตรูธรรมชาติ ชีวภัณฑ์ สมุนไพร และใช้สารเคมีเมื่อจำเป็นเท่านั้น

2. เช็กอาการก่อนแก้: แปลงข้าวโพดโดนหนอนลายจุดหรือยัง

เดินดูแปลงแล้วเช็กตามนี้ได้เลย ทุกข้อดูได้ด้วยตาเปล่า

  • มีกลุ่มไข่ที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุม อยู่บนใบ ใต้ใบ หรือลำต้น
  • ใบมีรอยขาวโปร่งแสง เหมือนเนื้อใบถูกขูดเหลือแต่ผิวบางๆ
  • ใบขาดเป็นรู แหว่งเป็นแนว เมื่อใบคลี่ออกจากยอด
  • มีขุยหนอนคล้ายขี้เลื่อยเปียกอยู่ในยอด
  • ช่วงร้อนแล้ง ต้นเล็กยอดเหี่ยว ตายเป็นหย่อม หรือแตกหน่อข้าง
  • ต้นโตแล้ว มีรูเจาะที่ช่อดอกตัวผู้หรือฝัก

ถ้าเจอข้อ 1-2 แปลว่ายังทัน ให้ไปที่หัวข้อ 5 และ 6 ทันที ถ้าเจอข้อ 3-4 ให้ดูหัวข้อ 6 และ 7 ถ้าเจอข้อ 5 ให้ดูหัวข้อ 7.3 ส่วนข้อ 6 ให้ดูหัวข้อ 4.4 และปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่

3. ดูยังไงว่าใช่หนอนลายจุด

ดูได้จาก 2 จุดบนตัวหนอน คือหัวกับปลายท้อง ถ้าเจอครบ 2 จุดนี้ ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าใช่

3.1 ลักษณะตัวหนอน: ตัว Y หัวกลับ และจุด 4 จุดที่ปลายท้อง

สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. ระบุว่า บนหัวหนอนมีร่องสีขาวรูปตัว Y หัวกลับ ปลายท้องมีตุ่มขนสีน้ำตาลดำ 4 ตุ่ม เรียงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเห็นชัด ส่วนปล้องท้องอื่นตุ่มขนเรียงเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู

หนอนโตเต็มที่ยาวประมาณ 3.2-4.0 ซม. ถ้าตัวเล็กมาก ให้ใช้แว่นขยายหรือถ่ายรูปด้วยมือถือแล้วซูมดู

3.2 กลุ่มไข่และผีเสื้อกลางคืน

ผีเสื้อวางไข่ตอนกลางคืน เป็นกลุ่มละประมาณ 100-200 ฟอง มีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุม ตอนกลางวันเราจึงมักเห็นแต่กลุ่มไข่ ไม่ค่อยเห็นตัวผีเสื้อ

3.3 วงจรชีวิต 30-40 วัน ทำไมระบาดเร็ว

วงจรชีวิตครบรอบประมาณ 30-40 วัน และตัวเมีย 1 ตัววางไข่ได้ 1,500-2,000 ฟอง นี่คือเหตุผลที่ปล่อยไว้ไม่กี่สัปดาห์ก็ลามทั้งแปลง

ระยะ ระยะเวลา จุดที่ควรรู้
ไข่ 2-3 วัน วางเป็นกลุ่มบนใบ ใต้ใบ ลำต้น
หนอน (6 วัย) 14-22 วัน วัย 3-6 สร้างความเสียหายมากที่สุด
ดักแด้ 7-13 วัน หนอนโตเต็มที่ทิ้งตัวลงดินเข้าดักแด้
ผีเสื้อ 10-21 วัน ตัวเมียวางไข่ได้ 1,500-2,000 ฟอง

3.4 ต่างจากหนอนกระทู้หอมอย่างไร

ทั้ง 2 ชนิดพบในแปลงข้าวโพดได้ และทำลายคล้ายกันมาก ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร จุดที่ช่วยแยกได้ง่ายคือขนาดกลุ่มไข่ และลักษณะบนตัวหนอน

จุดเทียบ หนอนลายจุด (S. frugiperda) beet armyworm (S. exigua)
อาการบนใบ วัยแรกกัดผิวใบเป็นรอยขาว แล้วใบขาดเป็นรู คล้ายกัน คือรอยขาว แล้วใบขาดเป็นรู
กลุ่มไข่ กลุ่มละประมาณ 100-200 ฟอง มีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุม กลุ่มเล็กกว่า ประมาณ 20-25 ฟองต่อกลุ่ม
จุดยืนยันชนิด ตัว Y หัวกลับบนหัว + จุด 4 จุดเรียงสี่เหลี่ยมที่ปลายท้อง ถ้าไม่พบ 2 จุดนี้ อาจเป็นชนิดอื่น ควรส่งตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่เกษตรช่วยดู
กลุ่มไข่หนอนกระทู้ที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมใต้ใบข้าวโพด
กลุ่มไข่มีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุม และรอยขาวโปร่งแสงบนใบ คือสัญญาณแรกที่ต้องรีบจัดการ

4. อาการหนอนกระทู้ในแปลงข้าวโพดตามอายุต้น

อาการเปลี่ยนไปตามอายุข้าวโพด ช่วงต้นเห็นเป็นรอยขาวบนใบ ช่วงกลางเห็นใบขาดและขุยในยอด พอต้นโตหนอนจะย้ายเข้าดอกตัวผู้และฝัก ตารางนี้สรุปให้ดูง่ายๆ

อายุข้าวโพด อาการที่เห็น ต้องทำอะไร
งอกถึง 7-10 วัน พบกลุ่มไข่ตั้งแต่งอก 2-4 วัน รอยขาวบนใบเริ่มเห็นตอนอายุ 6-7 วัน เดินสำรวจถี่ บี้กลุ่มไข่ เริ่มจัดการทันทีที่เจอ
ประมาณ 10-30 วัน ใบขาดเป็นรู มีขุยหนอนในกรวยยอด พ่นลงกรวยยอดตอนหนอนยังเล็ก ใช้ชีววิธีร่วม
ช่วงร้อนแล้ง / ฝนทิ้งช่วง ยอดเหี่ยว ต้นตาย หรือแตกหน่อข้าง หนอนอยู่ใต้ผิวดินโคนต้น ขุดดูโคนต้น พ่นให้ถึงโคนต้น
30 วันขึ้นไปถึงออกฝัก หนอนหลบในยอด แล้วย้ายเข้าดอกตัวผู้และฝัก กำจัดยากขึ้น ใช้ศัตรูธรรมชาติ และทำตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร

4.1 งอกถึง 7-10 วัน: กลุ่มไข่และรอยขาวโปร่งแสงบนใบ

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ พบกลุ่มไข่ตั้งแต่ข้าวโพดอายุ 2-3 วันหลังงอก หนอนที่เพิ่งฟักตัวเล็กมาก มองเห็นยาก ให้ดูรอยกัดที่ผิวใบแทน หนอนแรกฟักยังปลิวไปต้นข้างเคียงได้ด้วยลม

4.2 ประมาณ 10-30 วัน: ใบขาดเป็นรู ขุยหนอนในกรวยยอด

“กรวยยอด” คือส่วนยอดที่ใบอ่อนยังม้วนเป็นกรวย ยังไม่คลี่ หนอนชอบมุดเข้าไปกินตรงนี้ เพราะชุ่มชื้นและหลบภัยได้ดี พอใบคลี่ออกมาจะเห็นรูเรียงเป็นแนว

4.3 ช่วงร้อนแล้ง: ยอดเหี่ยว (dead heart) หนอนมุดเจาะโคนต้น

ช่วงร้อนจัดก่อนเข้าฝน (ก.พ.-เม.ย. อุณหภูมิ 36-41 องศา) หรือฝนทิ้งช่วง หนอนจะอยู่ใต้ผิวดิน กินส่วนเจริญที่โคนต้น ทำให้เกิด “dead heart” หรือยอดเหี่ยวตาย ใบรอบนอกยังเขียวแต่ใบกลางยอดแห้ง ดึงแล้วหลุดง่าย

4.4 30 วันขึ้นไปถึงออกฝัก: หนอนเข้าช่อดอกตัวผู้และฝัก

หลังข้าวโพดอายุ 30 วัน หนอนจะหลบในยอด แล้วย้ายเข้าดอกตัวผู้และฝัก สารพ่นเข้าไม่ถึง จึงกำจัดยากขึ้น นี่คือเหตุผลที่ต้องจบปัญหาให้ได้ตั้งแต่ช่วงต้นอ่อน

5. วิธีเดินสำรวจแปลงให้เจอหนอนกระทู้ก่อนลาม

สำรวจให้ทั่วแปลงแบบสุ่ม และเปิดดูให้ครบ 3 จุด คือ ใต้ใบ กรวยยอด และโคนต้น ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

  1. เดินสุ่มเป็นรูปตัว W หรือตัว Z ให้ครอบคลุมทั้งขอบและกลางแปลง
  2. หยุดดูเป็นจุดๆ ทั่วแปลง จุดละหลายต้นติดกัน
  3. พลิกดูใต้ใบและลำต้น หากลุ่มไข่ที่มีขนน้ำตาลอ่อนคลุม
  4. ส่องกรวยยอด ดูรอยขาว รูบนใบ และขุยหนอน
  5. ช่วงร้อนแล้ง ให้คุ้ยดินโคนต้นที่ยอดเหี่ยว ดูว่ามีหนอนซ่อนอยู่ไหม
  6. จดว่าเจอที่ไหน มากน้อยแค่ไหน เพื่อเทียบกับรอบถัดไป

ความถี่ที่แนะนำทั่วไป คือ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังงอก ถ้าเริ่มเจอกลุ่มไข่หรือรอยกัด ควรเดินถี่ขึ้น เพราะผีเสื้อวางไข่มากที่สุดในช่วงนี้

เกษตรกรเปิดกรวยยอดข้าวโพดสำรวจหนอนกระทู้ในแปลง
เปิดดูให้ครบ 3 จุด คือ ใต้ใบ กรวยยอด และโคนต้น ทุกครั้งที่เดินสำรวจ

6. จัดการหนอนกระทู้แบบผสมผสาน (IPM) ทีละขั้น

การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) คือการใช้หลายวิธีร่วมกัน ตามลำดับ ป้องกัน → สำรวจ → ชีววิธีหรือสมุนไพรตอนหนอนยังเล็ก → สารเคมีเมื่อระบาดรุนแรง อ่านหลักการเพิ่มได้ที่บทความเทคนิคป้องกันแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)

6.1 ป้องกันไว้ก่อน: อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติในแปลง

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ระบุว่า แปลงที่ไม่พ่นสารฆ่าแมลง หรือใช้สารถูกต้องและถูกเวลา จะช่วยอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ที่ช่วยคุมหนอนลายจุด หนอนเจาะลำต้น และเพลี้ยอ่อนข้าวโพดได้ พูดง่ายๆ คืออย่าพ่นยาพร่ำเพรื่อจนแมลงดีตายหมด

6.2 ใช้มือ: บี้กลุ่มไข่และหนอนตัวเล็ก

วิธีนี้เหมาะกับแปลงเล็ก และคนปลูกข้าวโพดหวานที่บ้าน เด็ดใบที่มีกลุ่มไข่ทิ้ง หรือบี้ให้แตก ส่องกรวยยอดแล้วเขี่ยหนอนออกมาบี้ ทำเช้าหรือเย็นทุก 2-3 วันช่วงต้นอ่อน ได้ผลดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีเลย

6.3 ใช้ศัตรูธรรมชาติ: แมลงหางหนีบ มวนพิฆาต

มก. ระบุว่าศัตรูธรรมชาติที่ช่วยกำจัดได้ตั้งแต่ระยะไข่และหนอน ได้แก่ มวนพิฆาต แมลงหางหนีบ แมลงวันก้นขน ด้วงก้นกระดก ตั๊กแตนตำข้าว และมวนตาโต กระทรวงเกษตรฯ ยังแนะนำให้ใช้แมลงตัวห้ำ เช่น แมลงหางหนีบ และมวนพิฆาต ช่วยกำจัดหนอนตัวใหญ่

6.4 ชีวภัณฑ์และสารสกัดสมุนไพร ใช้ตอนหนอนยังเล็ก

เชื้อราศัตรูแมลงเป็นชีวภัณฑ์ที่ใช้ได้ผล มก. แนะนำใช้ 1-2 ถุงต่อไร่ อาจพ่นทุก 5-7 วัน ติดต่อกัน 2-5 ครั้ง ขึ้นกับความรุนแรง สารสกัดจากสมุนไพร เช่น สะเดา และตะไคร้หอม ก็เป็นอีกทางเลือก อ่านเพิ่มเรื่องสมุนไพรเพื่อการเกษตร

ชีวภัณฑ์และสมุนไพรได้ผลดีที่สุดตอนหนอนยังเล็กและระบาดน้อย ไม่ควรรอให้หนอนโตแล้วค่อยใช้

6.5 สารเคมีตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร และต้องสลับกลุ่มสาร

ถ้าระบาดรุนแรง ให้ใช้สารเคมีตามคำแนะนำล่าสุดของกรมวิชาการเกษตร สอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือศูนย์วิจัยพืชไร่ในพื้นที่

เรื่องสำคัญคือต้องสลับกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์ (ระบบ IRAC) คือดูว่าสารแต่ละตัวฆ่าแมลงด้วยวิธีไหน แล้วไม่ใช้กลุ่มเดิมติดกันหลายรอบ เพราะหนอนที่รอดจะขยายพันธุ์จนดื้อยา

ข้อควรระวัง อ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง ใช้ตามอัตราที่ระบุ สวมถุงมือ หน้ากาก แว่นตา เสื้อแขนยาว และรองเท้าบูทขณะผสมและพ่น ห้ามพ่นตอนลมแรง เว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลาก โดยเฉพาะข้าวโพดหวานและข้าวโพดฝักสดที่นำไปกินสด

7. เทคนิคพ่นให้โดนหนอนกระทู้จริง ไม่เปลืองน้ำยา

พ่นแล้วไม่ได้ผลส่วนใหญ่เกิดจากน้ำยาไม่ถึงตัวหนอน ไม่ใช่เพราะสารไม่ดี สาเหตุที่เจอบ่อยมี 4 ข้อ

  • หนอนซ่อนอยู่ในกรวยยอด แต่พ่นผ่านๆ แค่ผิวใบ
  • ช่วงร้อนแล้ง หนอนมุดลงดินโคนต้น น้ำยาไปไม่ถึง
  • พ่นตอนหนอนตัวโตแล้ว หรือย้ายเข้าฝักแล้ว
  • ใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำจนหนอนดื้อยา

7.1 พ่นลงกรวยยอด ไม่ใช่พ่นผ่านๆ ทั่วใบ

สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร แนะนำให้เน้นพ่นสารลงในกรวยยอดข้าวโพด ปรับหัวฉีดให้ละอองลงตรงกลางยอด เดินช้าลงหน่อยให้ทุกต้นได้น้ำยา

7.2 ช่วงเวลาที่เหมาะ: เย็นหรือเช้าตรู่

หนอนออกหากินช่วงแดดอ่อน ตอนกลางวันมักหลบที่ดินโคนต้น การพ่นช่วงเย็นจึงมีโอกาสโดนตัวหนอนมากกว่า และแดดไม่เผาน้ำยาให้ระเหยเร็ว

7.3 ช่วงร้อนแล้งที่หนอนมุดดิน ต้องพ่นให้ถึงโคนต้น

ถ้าเห็นยอดเหี่ยวเป็นหย่อม ให้คุ้ยดูโคนต้นก่อน ถ้าเจอหนอน ให้พ่นลงโคนต้นและผิวดินรอบต้นด้วย ไม่ใช่พ่นแค่ยอด

7.4 ใช้โดรน: ดูเรื่องละอองและการบินทับซ้อน

โดรนพ่นเร็วก็จริง แต่ละอองอาจค้างแค่ผิวใบด้านบน ควรบินระดับต่ำพอให้ลมใบพัดดันละอองลงยอด และบินทับซ้อนแนวให้ทั่วถึง ช่วงต้นโตใบหนาแน่น อาจต้องใช้ถังพ่นช่วยเก็บจุดที่ระบาดหนัก

8. ทางเลือกสารสกัดสมุนไพร: ใช้ซายลอกซ์ (Growina Xylox) ในแผนจัดการหนอนกระทู้

ซายลอกซ์ (Growina Xylox) คือสารสกัดสมุนไพรป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ผลิตด้วยเทคโนโลยี Herbal EW สารสำคัญจากหน้าสินค้า ได้แก่ สารสกัดสะเดา ทองพันชั่ง ขมิ้น ตะไคร้หอม กานพลู และต้นสน

ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่าใช้ได้กับแมลงศัตรูพืชกว่า 500 สายพันธุ์ และไม่มีสารเคมีตกค้าง โดยหน้าสินค้าระบุหนอนกระทู้ไว้ด้วย ดูรายละเอียดได้ที่หน้าสินค้าซายลอกซ์ หรืออ่านบทความรู้จัก Xylox สารป้องกันแมลงจากธรรมชาติ

8.1 เหมาะกับช่วงไหนของการระบาด

ซายลอกซ์เหมาะเป็นตัวเลือกช่วงป้องกัน หรือตอนเพิ่งเจอกลุ่มไข่และหนอนวัยเล็ก ใช้ร่วมกับการสำรวจแปลง การบี้ด้วยมือ และศัตรูธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวแทนสารเคมีทุกกรณี ถ้าระบาดรุนแรงแล้ว ให้ทำตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร

8.2 วิธีใช้ซายลอกซ์ในแปลงข้าวโพด

  1. เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง
  2. ถังพ่นสะพายหลัง: ผสม 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
  3. โดรน: ใช้ 30 ซีซี ต่อไร่ (1 ขวด 500 ซีซี ใช้ได้ 20-30 ไร่)
  4. ฉีดพ่นช่วงเย็น เน้นลงกรวยยอดและจุดที่พบการระบาด หรือพ่นทั่วแปลงเพื่อป้องกัน
  5. ผสมแล้วใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง เก็บขวดในที่ร่ม อุณหภูมิปกติ

8.3 ข้อควรระวัง

ข้อควรระวัง แม้เป็นสารสกัดสมุนไพร ก็ต้องอ่านฉลากก่อนใช้ และสวมถุงมือ หน้ากาก เสื้อแขนยาวขณะพ่น ลองพ่นในพื้นที่เล็กก่อนใช้ทั้งแปลง ไม่ควรรอให้หนอนตัวโตหรือเข้าฝักแล้วค่อยใช้ และควรสำรวจแปลงซ้ำหลังพ่นทุกครั้ง

แมลงหางหนีบและมวนพิฆาต ศัตรูธรรมชาติของหนอนกระทู้บนใบข้าวโพด
แมลงหางหนีบและมวนพิฆาตช่วยคุมหนอนในแปลง ถ้าไม่พ่นสารพร่ำเพรื่อ

9. สรุปเรื่องหนอนกระทู้ข้าวโพด: 3 ข้อจำให้แม่น

  • เช็กแปลงเร็ว: ผีเสื้อวางไข่มากที่สุดใน 3 สัปดาห์แรกหลังงอก เดินสำรวจตั้งแต่วันที่ข้าวโพดโผล่ดิน
  • พ่นให้ตรงจุด: เน้นลงกรวยยอด ช่วงเย็น ตอนหนอนยังเล็ก ช่วงร้อนแล้งต้องให้ถึงโคนต้น
  • จัดการแบบผสมผสาน: ใช้มือ ศัตรูธรรมชาติ ชีวภัณฑ์ สมุนไพร และใช้สารเคมีตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรเมื่อจำเป็น พร้อมสลับกลุ่มสาร

ช่วงนี้ยังมีแมลงอื่นที่ควรระวังด้วย อ่านต่อได้ที่แมลงศัตรูพืชช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ต้องเช็ก

ปรึกษาปัญหาพืชฟรี! ติดต่อทีมงาน Growina Thailand

ไม่แน่ใจว่าหนอนในแปลงใช่ชนิดไหน หรืออยากวางแผนพ่นให้คุ้มต้นทุน ถ่ายรูปหัวหนอน ปลายท้อง และรอยทำลายส่งมาคุยกับทีมงานได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนอนกระทู้ข้าวโพด

หนอนลายจุดเริ่มทำลายข้าวโพดตอนอายุกี่วัน?

เริ่มตั้งแต่ข้าวโพดเพิ่งงอก ผีเสื้อวางไข่ตั้งแต่งอก 2-4 วัน และรอยขาวบนใบเริ่มเห็นตอนอายุ 6-7 วัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ถ้าหนอนเข้าทำลายข้าวโพดอายุ 1-15 วัน ต้นอาจตายทั้งแปลง

ทำไมพ่นยาแล้วหนอนกระทู้ไม่ตาย?

ส่วนใหญ่เพราะน้ำยาไม่ถึงตัวหนอน หนอนซ่อนในกรวยยอด หรือมุดดินโคนต้นช่วงร้อนแล้ง บางครั้งพ่นตอนหนอนโตแล้ว หรือใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำจนดื้อยา กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เน้นพ่นลงกรวยยอด และควรสลับกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์

ข้าวโพดยอดเหี่ยวตอนหน้าแล้งเกิดจากอะไร?

มักเกิดจากหนอนลายจุดที่หลบอยู่ใต้ผิวดิน แล้วกินส่วนเจริญที่โคนต้น ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์พบอาการนี้ช่วงร้อนจัด 36-41 องศา หรือฝนทิ้งช่วง ทำให้ยอดเหี่ยว (dead heart) ต้นตาย หรือแตกหน่อข้าง ให้คุ้ยดินโคนต้นดูเพื่อยืนยัน

กำจัดหนอนในข้าวโพดแบบไม่ใช้สารเคมีได้ไหม?

ได้ โดยเฉพาะตอนหนอนยังเล็กและระบาดน้อย ใช้มือบี้กลุ่มไข่และหนอน อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงหางหนีบ มวนพิฆาต และใช้เชื้อราศัตรูแมลง 1-2 ถุงต่อไร่ พ่นทุก 5-7 วัน 2-5 ครั้ง ตามคำแนะนำของ มก. ร่วมกับสารสกัดสมุนไพร

หนอนลายจุดทำผลผลิตข้าวโพดเสียหายได้มากแค่ไหน?

ถ้าระบาดรุนแรง ผลผลิตเสียหายได้ถึง 73% ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และถ้าเข้าทำลายตอนข้าวโพดอายุ 1-15 วัน ต้นอาจตายทั้งแปลง การสำรวจและจัดการใน 3 สัปดาห์แรกหลังงอกจึงสำคัญที่สุด

เขียนและตรวจทานโดย Growina Thailand · อัปเดตล่าสุด 17 ตุลาคม 2569