แมลงศัตรูพืชหน้าหนาว ปลายฝนต้นหนาวต้องเช็กอะไร? เพลี้ยไฟ ไรแดง หนอนใยผัก ก่อนระบาด

ใบพริกหงิกงอจากเพลี้ยไฟ แมลงศัตรูพืชหน้าหนาว ระยะใกล้

แมลงศัตรูพืชหน้าหนาวที่ต้องระวังช่วงปลายฝนต้นหนาว มี 4 ตัวหลัก คือ เพลี้ยไฟ (มะม่วงช่วงออกดอกและพริก) ไรแดง (พริกและผัก) หนอนใยผัก (คะน้า กะหล่ำ กวางตุ้ง) และเพลี้ยอ่อน วิธีรับมือง่ายๆ มี 3 ข้อ คือ เดินดูแปลงอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ป้องกันก่อนแมลงจะเยอะ และสลับวิธีจัดการ แมลงจะได้ไม่ดื้อยา

ช่วงนี้หน่วยงานเกษตรเริ่มออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังแล้ว แปลว่าถึงเวลาเดินดูแปลงให้บ่อยขึ้น ก่อนแมลงจะตั้งตัวได้ครับ

พี่สรุปให้แบบสั้นๆ ใช้ได้ทั้งแปลงใหญ่และผักสวนครัวหลังบ้าน

หัวข้อ

1. หน้าหนาวแมลงอะไรมา? สรุปสั้นๆ

  • เพลี้ยไฟ – กัดช่อดอกและผลอ่อนมะม่วง ยอดอ่อนพริก
  • ไรแดง – เกาะใต้ใบพริก ผัก ไม้ผล ทำใบด่างซีด
  • หนอนใยผัก – กินใบคะน้า กะหล่ำปลี กวางตุ้ง
  • เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง – ดูดน้ำเลี้ยงยอดอ่อนและใต้ใบ
  • เพลี้ยจักจั่นมะม่วง – ระวังตั้งแต่แทงช่อดอกจนติดผล

ทำก่อนเลย: เดินดูแปลงสัปดาห์ละครั้ง ป้องกันตั้งแต่พืชแตกยอดหรือแทงช่อ และอย่าใช้วิธีเดียวซ้ำๆ

2. ทำไมช่วงนี้แมลงเยอะ

เพราะมี 2 อย่างมาพร้อมกัน คืออากาศที่แมลงชอบ กับอาหารที่แมลงชอบ

2.1 อากาศแห้ง เช้าเย็น กลางวันแดดแรง

อากาศแห้ง ความชื้นต่ำ แบบนี้แมลงปากดูดอย่างเพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ชอบมาก มันจะดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อน ใบอ่อน และใต้ใบ

จำง่ายๆ: เช้าเย็น กลางวันร้อน อากาศแห้ง = เพลี้ยไฟกับไรแดงมาแน่

2.2 พืชแตกยอด แทงช่อ = อาหารเพียบ

มะม่วงกำลังทำดอก พริกแตกยอดใหม่ ผักก็ลงแปลงรอบใหม่ ส่วนอ่อนๆ นุ่มและน้ำเลี้ยงเยอะ แมลงเลยขยายพันธุ์เร็ว ปล่อยไว้แค่ 1–2 สัปดาห์ก็อาจลามทั้งแปลง

ใบคะน้าถูกหนอนใยผักกัดกินเป็นรูพรุนและเยื่อบางใส
หนอนใยผักกินผิวใบด้านล่างจนเหลือเยื่อบางใสเหมือนหน้าต่าง จุดสังเกตที่ควรดูตอนสำรวจแปลงช่วงปลายฝนต้นหนาว

3. ปฏิทินเฝ้าระวังแมลง ต.ค.–ก.พ.

ช่วงเวลาจริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ ขึ้นกับพื้นที่ พันธุ์พืช และอากาศแต่ละปีนะครับ

ช่วง พืช / ระยะ แมลงที่ต้องระวัง ดูตรงไหน ทำอะไร
ต.ค.–ก.พ. คะน้า กะหล่ำปลี กวางตุ้ง หนอนใยผัก เพลี้ยอ่อน ใต้ใบ ยอดกลางต้น คลุมมุ้ง เก็บหนอน ใช้ Bt สลับสมุนไพร
ต.ค.–ก.พ. พริก (แตกยอด ออกดอก) เพลี้ยไฟ ไรแดง ไรขาว ยอดอ่อน ใต้ใบ อย่าให้ขาดน้ำ พ่นเชื้อราบิวเวอเรียสลับเมทาไรเซียมก่อนระบาด
พ.ย.–ม.ค. มะม่วง แทงช่อดอก เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น ช่อดอก ตาดอก ใบอ่อน พ่นป้องกันครั้งที่ 1
ธ.ค.–ม.ค. มะม่วง ดอกบาน (แมลงผสมเกสรกำลังทำงาน) ช่อดอก งดพ่นทุกชนิด รวมถึงสมุนไพร
ม.ค.–ก.พ. มะม่วง ติดผลเท่าเมล็ดมะเขือพวง เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น ผลอ่อน ใกล้ขั้ว พ่นป้องกันครั้งที่ 2
ธ.ค.–ก.พ. (แห้งจัด) ผักและไม้ผลทั่วไป ไรแดง เพลี้ยแป้ง ใต้ใบ ซอกกิ่ง ฉีดน้ำล้างใต้ใบ เด็ดใบที่โดนหนักทิ้ง

4. เพลี้ยไฟ: ตัวร้ายของมะม่วงออกดอกและพริก

เพลี้ยไฟเป็นแมลงตัวจิ๋ว ทำลายได้ทั้งมะม่วงและพริก ตัวที่เจอบ่อยคือ เพลี้ยไฟพริก (Scirtothrips dorsalis) ชอบอากาศเย็นและแห้ง

4.1 หาตัวยังไง

ตัวยาวแค่ราว 1 มม. สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาล วิ่งเร็ว ตาเปล่ามองยาก

  • เอากระดาษขาวรองใต้ช่อดอกหรือยอดพริก
  • เคาะเบาๆ 2–3 ที
  • ถ้าเห็นตัวเล็กๆ ยาวๆ วิ่งบนกระดาษ นั่นแหละเพลี้ยไฟ ใช้แว่นขยายช่วยได้

4.2 อาการบนมะม่วง

ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วง ติดผลน้อยหรือไม่ติดเลย ถ้าหนักช่อดอกจะไหม้ดำ ส่วนผลจะมีแผลสีเทาเงินใกล้ขั้ว ถ้าหนักผิวดำเกือบทั้งลูก ขายไม่ได้ราคา

4.3 อาการบนพริก

ใบยอดหงิก ขอบใบม้วนขึ้นเหมือนเรือ ใต้ใบมีรอยน้ำตาลหรือเงินวาว ถ้าหนักยอดแห้ง ไม่ค่อยออกดอก

วิธีชีวภาพคือพ่นเชื้อราเมทาไรเซียมสลับกับเชื้อราบิวเวอเรีย ก่อนเพลี้ยไฟระบาด ทุก 5–7 วันตามอัตราบนฉลาก ถ้าเริ่มเจอแล้วให้พ่นทุก 3 วัน และ อย่าให้พริกขาดน้ำ เพราะต้นจะอ่อนแอ เพลี้ยไฟลามเร็ว

4.4 มะม่วงพ่นป้องกันตอนไหน

  1. ครั้งที่ 1: ตอนเริ่มแทงช่อดอก
  2. ครั้งที่ 2: ตอนติดผลเท่าเมล็ดมะเขือพวง (ราว 0.5–1 ซม.)

ห้ามพ่นตอนมะม่วงดอกบาน เพราะจะทำร้ายแมลงผสมเกสร สารจากสมุนไพรก็ควรงดเหมือนกัน

ถ้าเจอไม่มาก ตัดส่วนที่โดนทิ้ง ถ้าหนักให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ และใช้สารตามฉลากอย่างเคร่งครัด

แถม: เพลี้ยจักจั่นมะม่วง – ใช้น้ำฉีดไล่ตัวอ่อนออกจากช่อดอกได้ แต่อย่าฉีดแรงจนดอกหรือผลอ่อนร่วง

5. ไรแดง: จุดเล็กใต้ใบ ทำใบด่าง

ไรแดงดูดน้ำเลี้ยงใต้ใบ ใบจะเป็นจุดประซีด แล้วเหลือง ร่วง อากาศแห้งยิ่งลามเร็ว

5.1 ไรไม่ใช่แมลง ต้องรู้ไว้

ไรแดง (Tetranychus spp.) มี 8 ขา เป็นญาติแมงมุม ไม่ใช่แมลง ของที่ฆ่าแมลงได้ ไม่ได้แปลว่าจะใช้กับไรได้ ก่อนใช้อะไรก็ตาม ดูฉลากก่อนว่าใช้กับไรได้ไหม

5.2 อาการ

  • หน้าใบมีจุดประสีขาวซีดหรือเหลือง
  • พลิกใต้ใบ เห็นจุดแดงหรือส้มเล็กๆ มีใยบางๆ
  • ถ้าหนัก ใบเหลือง แห้ง ร่วง

5.3 ใบพริกหงิก เพลี้ยไฟหรือไร? ดูตารางนี้

ดูอะไร เพลี้ยไฟ ไรขาว ไรแดง
รูปใบ ขอบใบม้วนขึ้น ใบหงิก ขอบใบม้วนลง ใบเรียวเล็ก หนาแข็ง ใบไม่ค่อยหงิก แต่ด่างซีด
ใต้ใบ รอยน้ำตาลหรือเงินวาว ผิวสีน้ำตาลมัน จุดแดงเล็กๆ มีใย
วิธีเช็ก เคาะยอดลงกระดาษขาว เห็นตัวยาววิ่งเร็ว ใช้แว่นขยายส่องยอด ตัวใสเล็กมาก เช็ดใต้ใบด้วยกระดาษขาว เห็นรอยแดง

ไรขาวพริกตัวเล็กมาก เลยมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพลี้ยไฟ ถ้ายังไม่แน่ใจ เก็บตัวอย่างไปถามเกษตรอำเภอได้

จัดการไรแบบง่าย: ฉีดน้ำล้างใต้ใบ อย่าให้พืชขาดน้ำ เด็ดใบที่โดนหนักไปทิ้งนอกแปลง

6. หนอนใยผัก: เจ้าประจำแปลงคะน้า กะหล่ำ

หนอนใยผัก (Plutella xylostella) ชอบผักตระกูลกะหล่ำ และขึ้นชื่อเรื่องดื้อยาเร็ว

6.1 หน้าตา

ตัวเขียวอ่อน ยาวไม่เกิน 1 ซม. หัวท้ายแหลม แตะตัวแล้วดิ้นแรง ห้อยตัวลงด้วยใย จำจุดนี้ไว้ แยกจากหนอนอื่นได้ง่าย

6.2 อาการ

หนอนเล็กกินผิวใบด้านล่าง เหลือเยื่อใสเหมือนหน้าต่าง โตขึ้นกินจนใบพรุน ถ้ากินยอดกลาง ผักจะไม่ห่อหรือโตช้า

6.3 ทำไมดื้อยาเร็ว

หนอนใยผักออกลูกหลานหลายรุ่นต่อปี ถ้าพ่นยาตัวเดิมซ้ำๆ ตัวที่ทนได้จะรอดแล้วขยายพันธุ์ต่อ สุดท้ายยาตัวนั้นก็ใช้ไม่ได้ผล วิธีแก้คือสลับชนิดยา ไม่พ่นตัวเดียวเกิน 2–3 ครั้งต่อฤดู และใช้วิธีอื่นช่วย

  • คลุมมุ้งตาข่าย กันผีเสื้อมาวางไข่
  • แปลงเล็ก เก็บหนอนด้วยมือตอนเช้าหรือเย็น
  • ใช้เชื้อ Bt (บาซิลลัส ทูริงจิเอนซิส) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียกำจัดหนอน
  • หลังเก็บเกี่ยว ไถตากดิน 7–14 วัน และใช้ปุ๋ยคอกที่หมักแล้วแทนปุ๋ยคอกดิบ

7. เดินดูแปลงง่ายๆ 15 นาที

เดินดูแปลงคือวิธีป้องกันที่ถูกและได้ผลที่สุด ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ช่วงพืชแตกยอดหรือมะม่วงแทงช่อ ให้ดูเพิ่มเป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์

7.1 ขั้นตอน

  1. เดินเป็นรูปตัว W หรือ Z ให้ทั่วแปลง อย่าดูแค่ขอบ
  2. หยุดดู 10–20 ต้น
  3. ดูยอดอ่อน พลิกใต้ใบ เคาะช่อดอกหรือยอดลงกระดาษขาว
  4. จดว่าเจออะไร ประมาณกี่ตัว อยู่ตรงไหน
  5. เทียบกับสัปดาห์ก่อน ว่าเพิ่มหรือลด

7.2 ของที่ควรมี

  • กระดาษขาวหรือแผ่นพลาสติกขาว
  • แว่นขยาย หรือกล้องมือถือซูมเอา
  • กับดักกาวเหนียวสีเหลืองหรือฟ้า
  • สมุดจดหรือโน้ตในมือถือ

7.3 เมื่อไหร่ต้องลงมือ

เห็นแมลงเพิ่มทุกสัปดาห์ หรือเริ่มเห็นอาการบนยอดและช่อดอก ให้จัดการเลย อย่ารอให้ลาม ยิ่งเยอะยิ่งคุมยาก

8. จัดการแบบผสมผสาน (IPM) เน้นสมุนไพร

IPM คือใช้หลายวิธีช่วยกัน เริ่มจากวิธีที่ปลอดภัยก่อน ค่อยขยับขึ้นถ้าจำเป็น อ่านเพิ่มได้ที่ เทคนิคป้องกันแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)

8.1 ขั้นที่ 1 ป้องกัน

  • เก็บเศษพืช วัชพืช ที่แมลงชอบหลบออกจากแปลง
  • ให้น้ำพอ อย่าให้พืชเครียด
  • แปลงผักใช้มุ้งตาข่าย แขวนกับดักกาวเหนียว

8.2 ขั้นที่ 2 ใช้มือ ใช้น้ำ ใช้เชื้อดี

  • ฉีดน้ำล้างใต้ใบไล่ไรและเพลี้ย
  • ตัดส่วนที่โดนทิ้งนอกแปลง
  • ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย เมทาไรเซียม กับเพลี้ยไฟ ใช้ Bt กับหนอน

8.3 ขั้นที่ 3 สารสกัดสมุนไพร

สมุนไพรได้ผลดีสุดตอนพ่นป้องกัน หรือตอนแมลงเพิ่งเริ่มมา อย่ารอให้ลามทั้งแปลง พ่นให้โดนใต้ใบและยอดอ่อน และสลับกับเชื้อดีด้วย

ทางเลือกหนึ่งคือ ซายลอกซ์ (Growina Xylox) ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป อยากรู้เรื่องสมุนไพรในไร่สวนเพิ่ม อ่านที่ สมุนไพรเพื่อการเกษตร

8.4 ขั้นที่ 4 ถ้าระบาดหนัก

ปรึกษาเกษตรอำเภอ ใช้สารตามคำแนะนำ และสลับกลุ่มสารตามรหัสกลุ่ม (IRAC) บนฉลาก อย่าใช้กลุ่มเดิมซ้ำๆ

ช่วงอากาศเปลี่ยน โรคเชื้อรามักมาพร้อมแมลง ดูวิธีแยกอาการได้ที่ โรคพืชจากเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส

9. ปลูกผักที่บ้าน ทำอะไรได้บ้าง

  • ดูทุก 2–3 วัน พลิกใต้ใบทุกครั้งที่รดน้ำ
  • ฉีดน้ำล้างใต้ใบ ไล่เพลี้ยอ่อนและไรแดง
  • เด็ดใบที่มีหนอนหรือไข่ ใส่ถุงมัดปากก่อนทิ้ง
  • คลุมผักตระกูลกะหล่ำด้วยมุ้งตั้งแต่ปลูก
  • วางกระถางห่างกันหน่อย ลมผ่านได้ แมลงลามช้าลง

10. ซายลอกซ์ (Growina Xylox) ตัวช่วยสมุนไพรสำหรับพ่นป้องกัน

ซายลอกซ์ (Growina Xylox) เป็นสารสกัดสมุนไพรป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ทำด้วยเทคโนโลยี Herbal EW ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่าใช้ได้กับแมลงศัตรูพืชกว่า 500 สายพันธุ์ และไม่มีสารเคมีตกค้าง

ช่วงหน้าหนาว ซายลอกซ์เหมาะพ่นป้องกัน หรือพ่นตอนเพลี้ยไฟและหนอนเพิ่งเริ่มมา ใช้สลับกับเชื้อราบิวเวอเรีย เมทาไรเซียม หรือ Bt เพื่อไม่ให้แมลงดื้อ ผลจริงขึ้นกับจังหวะพ่นและสภาพแปลงของแต่ละคน

  • ไรแดง: ไรไม่ใช่แมลง ดูฉลากหรือถามทีมงานก่อนใช้
  • มะม่วงดอกบาน: งดพ่น เพื่อรักษาแมลงผสมเกสร
  • ทุกครั้ง: อ่านฉลากและใส่อุปกรณ์ป้องกัน

ดูวิธีใช้และขนาดบรรจุได้ที่ หน้าสินค้าซายลอกซ์ (Growina Xylox) หรืออ่านเพิ่มที่ รู้จัก Xylox สารป้องกันแมลงจากธรรมชาติ

11. ปลอดภัยไว้ก่อน: อ่านฉลาก ใส่ชุดป้องกันทุกครั้ง

เช็กก่อนพ่นทุกครั้ง (สมุนไพรก็ด้วย)
• อ่านฉลาก: อัตราใช้ ใช้กับแมลงอะไร เว้นกี่วันก่อนเก็บเกี่ยว
• ใส่ถุงมือ หน้ากาก แว่นตา เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
• พ่นเช้าหรือเย็นตอนลมสงบ ไม่พ่นสวนลม
• งดพ่นตอนดอกบาน โดยเฉพาะมะม่วง
• เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
• พ่นเสร็จล้างมือ อาบน้ำ ซักเสื้อผ้าทันที

12. สรุป: แมลงหน้าหนาว รับมือได้ถ้าเริ่มเร็ว

  • ตัวหลักคือ เพลี้ยไฟ ไรแดง หนอนใยผัก เพลี้ยอ่อน
  • เดินดูแปลงอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ดูยอด ใต้ใบ ช่อดอก
  • มะม่วงพ่นป้องกันตอนแทงช่อ และตอนติดผลเท่าเมล็ดมะเขือพวง งดพ่นตอนดอกบาน
  • สลับวิธี ทั้งใช้มือ เชื้อดี และสมุนไพร แมลงจะได้ไม่ดื้อ
  • อ่านฉลากและใส่ชุดป้องกันทุกครั้ง

ปรึกษาปัญหาพืชฟรี! ติดต่อทีมงาน Growina Thailand

เจอแมลงแล้วไม่แน่ใจว่าตัวอะไร หรืออยากวางแผนพ่นป้องกันหน้าหนาว ถ่ายรูปยอด ใต้ใบ หรือช่อดอกส่งมาได้เลยครับ ทีมงานช่วยดูให้ฟรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืชหน้าหนาว

หน้าหนาวแมลงศัตรูพืชอะไรระบาดบ้าง

ตัวหลักคือเพลี้ยไฟในมะม่วงและพริก ไรแดงในพริกและผัก หนอนใยผักในคะน้า กะหล่ำ และเพลี้ยอ่อน เพราะอากาศแห้ง ความชื้นต่ำ แมลงปากดูดเลยเพิ่มเร็ว

พ่นยาตอนมะม่วงดอกบานได้ไหม

ไม่ควรพ่น เพราะจะทำร้ายแมลงผสมเกสร สมุนไพรก็ควรงด ให้พ่นป้องกันเพลี้ยไฟตอนเริ่มแทงช่อดอก และตอนติดผลเท่าเมล็ดมะเขือพวงแทน

ใบพริกหงิก เกิดจากเพลี้ยไฟหรือไร

ขอบใบม้วนขึ้น ใต้ใบเงินวาว มักเป็นเพลี้ยไฟ ขอบใบม้วนลง ใบเรียวหนาแข็ง มักเป็นไรขาว ส่วนไรแดงทำใบด่างซีดและมีใยใต้ใบ ลองเคาะยอดลงกระดาษขาวหรือส่องแว่นขยายดู

หนอนใยผักดื้อยา ทำยังไงดี

สลับวิธี ไม่พ่นยาตัวเดียวเกิน 2–3 ครั้งต่อฤดู ใช้ Bt สลับ คลุมมุ้งตาข่าย เก็บหนอนด้วยมือในแปลงเล็ก และไถตากดิน 7–14 วันหลังเก็บเกี่ยว

ต้องสำรวจแปลงบ่อยแค่ไหน

อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ช่วงพืชแตกยอดหรือมะม่วงแทงช่อให้ดูบ่อยขึ้น เดินเป็นรูปตัว W หรือ Z แล้วดูยอด ใต้ใบ และช่อดอก

สารสกัดสมุนไพรใช้กับเพลี้ยไฟ ไรแดง หนอนใยผักได้ไหม

ได้ผลดีสุดตอนพ่นป้องกันหรือตอนแมลงเพิ่งเริ่มมา และควรสลับกับเชื้อดี ก่อนใช้ต้องดูฉลากว่าใช้กับศัตรูพืชตัวนั้นได้ไหม โดยเฉพาะไรแดงซึ่งไม่ใช่แมลง ถ้าระบาดหนักให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ